tourjung.co

แวะเช็คลิสต์การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางสู่ "จอร์แดน"

พกพาสปอร์ตไปเล่มเดียว ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า


http://skeducation.com/passport/

    จอร์แดนเป็นหนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เดินทางไปเที่ยวแบบไม่ต้องยุ่งยากของวีซ่า เพราะสามารถของ (Visa on Arrival) ได้ที่ปลายทาง ซึ่งสามารถทำได้ไม่เกิน 30 วัน อัตราค่าธรรมเนียมประมาณ 40 ดีนาร์จอร์แดน ตีเป็นเงินบ้านเราก็ประมาณ (1737 บาท)

บินตรงก็ดี หรือจะแวะก็ได้


https://slate.com/technology/2016/05/the-aviation-industry-is-starting-to-grapple-with-cybersecurity.html

    เที่ยวจอร์แดนบินแบบที่คุณสะดวก มีสายการบิน (Royal Jordanian) ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของจอร์แดน ให้บริการบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสู่กรุงอัมมาน ซึ่งเวลาเดินทางประมาณ 8.45 ชั่วโมง หรือจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก คือ บินแบบแวะพัก ซึ่งสายการบินในแถบตะวันออกกลางให้บริการหลายการบิน เช่น คูเวต , โอมาน , เอมิเรตส์ , กัลฟ์แอร์ (บาห์เรน) เป็นต้น

ภาษา ไม่ใช่ปัญหาในการสื่อสาร


https://www.saturdayeveningpost.com/2015/03/whither-free-speech/

    จอร์แดนเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวตะวักตกเดินทางไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก รายได้หลักของประเทศ มีเรื่องการท่องเป็นส่วนหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นตามโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ คุณจะได้เห็นชาวจอร์แดนสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับที่ดีเลยที่เดียว

ประเทศเล็ก แต่ที่เที่ยวแน่น


https://nilecruisers.com/why-book-egypt-and-jordan-tours/

    จอร์แดนเป็นประทศที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ถ้าขัยรถแบบจริงๆก็ใช่เวลาแค่ 5-6 ชั่งโมง จากเหนือจรดใต้ของประเทศ ดังนั้นการท่องเที่ยวในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ ใช้วันเวลาในการท่องเที่ยวแค่ 5-7 วัน ก็สามารถเที่ยวจอร์แดนได้ควบคุมและไฮ ไลท์สำคัญของการท่องเที่ยวแบบจุๆ

ค่าใช้จ่ายรายวัน


https://www.worldatlas.com/articles/what-is-the-currency-of-jordan.html

    ค่าครองชีพในจอร์แดนไม่สูงมากนัก ถ้าเดินทางกันเองเลือกที่พักสไตล์เกสต์เฮาส์ โรงแรมเล็กๆ กินอาหารตามร้านทั่วไป หรือซื้อจากริมทางของชาวบ้าน และนั่งรถสาธารณะ คุณอาจจะใช้จ่ายประมาณวันล่ะ 2000 เท่านั้น แต่ถ้ายกระดับการพักโรงแรม กินอาหารที่ดูดีขึ้นมาหน่อย รวมค่าเช่ารถ หรือค่าเช่าทัวร์ ก็ตกอยู่ประมาณวันล่ะ 5000 บาท หรือต้องการเข้าพักโรงแรมระดับห้าดาว กินอาหารหรูๆหน่อย ค่าใช้จ่ายก็เป็นเหมื่น บาท

จอร์แดนควรเที่ยวฤดูไหน


https://www.kimkim.com/c/how-many-days-should-you-spend-in-jordan

    ฤดูท่องเที่ยวของจอร์แดน ประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคม และ เดือนมีนาคม-พฤษภาคม จะเป็นช่วงที่มีอากาศไม่ร้อนมาก แต่ถ้าเดินทางไปในช่วงฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ข้อเสียคือ ในช่วงกลางคืนทะเลทรายจะมีอากาศที่หนาวมาก แต่ถ้าหากใครที่ชอบอากาศหนาวอยู่แล้วก็สามารถไปได้ ดังนั้นการไปเที่ยวจอร์แดนแนะนำให้ท่านเช็คสภาพอากาศให้ดี เสื้อแจ๊คเก็ต ผ้าพันคอ ที่กันแดดครีมกันแดด และกันลมหนาว อาจจะเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณจะได้ใช้ในวันเดียวกัน

อาหารการกิน


https://migrationology.com/jordanian-food/

    อาหารของจอร์แดนเหมือนกับอาหารประเทศอาหรับทั่วไป ที่ไม่มีเนื้อหมูแน่ๆ จะมีแต่ เนื้อวัวและเนื้อแกะ มีผักสดผักดอง มะเขือเทศฉ่ำๆ ซึ่งเรียกได้ว่า อร่อยพอสมควร และในโรงแรมใหญ่ๆก็มีอาหารสไตล์ตะวันตกให้ได้กินทุกแห่ง ไปแล้วลองหาเมนูที่เรียกว่า Mansaf เป็นอาหารประจำชาติจอร์แดน ทำจากแกะหมักโยเกิร์ต เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าว นอกจากนี้ในจอร์แดน มีเบียร์ที่ผลิตเองยี่ห้อดังอย่าง Petra หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป

มาจอร์แดนซื้ออะไรดี


https://www.nationalgeographic.com/travel/destinations/asia/jordan/shopping-souvenirs-souk/

    ของฝากจากจอร์แดนมีอะไรให้เลือกมากมาย ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่ว่ากันว่าของที่ระลึกที่มีอะไรเกี่ยวกับอูฐ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจอร์แดน หรือคุณจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก็ได้ ซึ่งเกลือจากเดดซีนั้นมีแร่ธาตุบำรุงสุภาพและผิวพันได้อย่างมหัศจรรย์

ซื้อทัวร์ก็ดี เที่ยวเองก็ได้


https://secret-travel.guide/eng/travel-to-jordan

    การซื้อบริการทัวร์คือชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณสามารถประหยัดเวลา และไม่ต้องวางแผนอะไรมาก และยังสะดวกในการติดต่อสถานที่ท่องเที่ยวในท่องถิ่นอีกด้วย แต่อย่างก็ตามการที่ไปเที่ยวด้วยตัวเองก็ไม่ได้ยากนักในจอร์แดน เพราะการเดินทางในประเทศใช้รถยนต์เป็นหลัก ที่นี้ยังมีให้บริษัทเช่ารถยนต์ที่มีมาตรฐานให้บริการ ถนนหนทางถือว่าค่อนข้างดี มีช่วงเดินทางข้ามเมืองไกลๆที่แทบไม่ค่อยมีรถ ยกเว้นการจราจรในกรุงอัมมาน ที่อาจทำให้คุณปวดหัวได้บ้างเล็กน้อย