ตุรกีดินแดนสองทวีป มากด้วยสิ่งมหัสจรรย์บอลลูน อารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างอลังการแปลกตา

ตุรกีดินแดนสองทวีป มากด้วยสิ่งมหัสจรรย์บอลลูน อารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างอลังการแปลกตา

        ดินแดนสองทวีป ที่ตั้งอยู่บนแผ่นดินทั้งฝั่งเอเชียและยุโรปที่สวยงาม เมื่อเอ่ยถึงตุรกีหลายคนคงนึกถึง การขึ้นบอลลูนสีสันสดใส ชมความสวยงามของวิวเมืองคัปปาโดเกีย เป็นอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เราจะพาไปตะลุยตุรกี ดินแดนในฝันแห่งนี้ กันแบบไล่เรียงความสวยงามของภูมิประเทศแต่ละที่ แล้วจะรู้ว่าเมืองที่สวยงามแห่งนี้ ไม่น่าพลาดมาเยือนจริงๆ สถานที่ที่ขึ้นชื่อด้านเอกลักษณ์และศิลปะที่น่าสนใจของศาสนาอิสลาม ประเทศเจ้าของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และสิ่งก่อสร้างอลังการแปลกตา น่าประทับใจ ที่ผสมผสามความเป็นยุโรป และอิสลามเข้าด้วยกัน อย่างลงตัวเกินความคาดหมาย งั้นทริปนี้เราขอพาไปตะลุยสถานที่เด็ดๆ เมื่อท่านมาตุรกีแล้วไม่ควรพลาดตาเราไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนบ้าง

สถานที่เที่ยวตุรกีที่ไม่ควรพลาด

ปราสาทปุยฝ้าย ปามุคคาเล (Pamukkale)

ปราสาทปุยฝ้าย
https://www.alanya-tours.com/en/blog/tour-to-pamukkale-price

    สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศตุรกีที่หลายๆคนรู้จักกันดี หรือใครที่ยังไม่รู้จักและไม่เคยไป มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย ปราสาทปุยฝ้าย คำว่า ปามุกคาเล่ ในภาษาตุรกี หมายถึง ปราสาทปุยฝ้าย Pamuk หมายถึง Cotton และ Kale หมายถึง Castle เป็นน้ำตกหินปูนสีขาว ที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน ที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน ลักษณะเป็นน้ำตกเนินเขาหินปูนสีขาวสะอาดตา ที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่อุดมไปด้วยแร่หินปูน มีน้ำสีฟ้าใสสวยงามลักษณะเป็นแอ่งน้ำลดหลั่นกันลงมาตามแนวเชิงเขา ส่องประกายสะท้อนกับแสงแดดระยิบระยับว่ากันว่าน้ำพุร้อนแห่งนี้มีอายุมากว่า 14,000 ปี ทำให้ตะกอนที่ไหลฝั่งตัวทับรวมกันจนเป็นตะไคร่น้ำสีขาว และกลายเป็นปราสาทปุยฝ้ายแบบนี้นั่นเอง ส่วนน้ำสีฟ้าใสเหมือนแสงตกกระทบกับกระเบื้องหินอ่อนนั้นเกิดจากน้ำร้อนที่ได้สัมผัสกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และศูนย์เสียความร้อน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ได้สัมผัสกับอากาศ นั่นเลยทำให้แคลเซียมคาร์บอเนตตกตะกอน พื้นน้ำในบ่อน้ำพุร้อนเหล่านี้จึงมีสีฟ้าสวยสด เป็นอีกจุดที่น่าถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างมาก เป็นที่ที่ใครไปแล้วต้องตลึงกับความสวยที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างลงตัว แน่นอนหากท่านมีโอกาสมา เที่ยวตุรกี ขอแนะนำสถานที่เที่ยวแห่งนี้ รับรองว่าท่านจะต้องประทับใจอย่างไม่มีวันลืมแน่นอน ท่านจะต้องตกหลุมรักตุรกีไปอีกนาน

เมืองโบราณ (Hierapolis Pamukkale)

เมืองโบราณ
https://medomed.org/featured_item/hierapolis-pamukkale-cultural-landscape-turkey/

    Hierapolis Theatre โรงละครกรีกโบราณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาของปามุคคาเล่ อดีตใช้เป็นสถานที่จัดแข่งขันและจัดงานเทศกาลสำคัญต่างๆ เฮียราโพลิส (Hierapolis) ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 2 สร้างโดยการสกัดเข้าไปในไหล่เขาเพื่อทำเป็นอัฒจันทร์สำหรับให้คนนั่งชมการแสดง การแข่งขัน เป็นเมืองโบราณซึ่งเป็นแหล่งแร่หินปูนขนาดใหญ่ที่มีอายุเก่าแก่ราว 2,200 ปี ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 200 เมตร เป็นสถานที่ที่ระหว่างทางเดินไปปามุคคาเล่ (Pamukkale) จะต้องผ่าน เมืองโบราณ เฮียราโปลิสแห่งนี้ ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ.1988 พร้อมกันกับปามุคคาเล่ สถานที่แห่งนี้เหมาะแก่การมาถ่ายรูปอาร์ตๆมาก ท่านที่มาเที่ยวที่นี่ส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการถ่ายภาพถ้าท่านที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเช่นกันก็มาเลยถือเป็นการมาเที่ยวเจอเพื่อนใหม่ๆแนวเดียวกัน

เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia)


http://www.hurriyetdailynews.com/protection-unit-proposed-for-cappadocia-143286

    เมืองมรดกโลกที่ทุกคนคุ้นชินตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เคยเป็นภูเขาไฟ ที่นี่บางจุดถูกกัดกร่อนจนมีรูปทรงคล้ายกับปล่องไฟ หรือดอกเห็ด บางพื้นที่ยังมีหมู่บ้านโบราณที่อยู่ตามซอกหลืบเขาให้ชมด้วย บนยอดเขามีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นทั้งทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน การขึ้นบอลลูนถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปตุรกีที่ไม่ควรพลาด สำหรับเพื่อนๆที่ใฝ่ฝันถึงการชมทัศนียภาพบนบอลลูนหลากสีสันสวยงาม ที่ไม่เหมือนที่ไหน เอาจริงๆเมื่อได้เห็นกับตา บอกเลยว่าสวยกว่าในรูปเยอะมากจริงๆบริเวณมุมของโรงแรม Mithra Cave Hotel ถือเป็นมุมที่ฮิตสุดๆ เพราะท่านจะถ่ายภาพออกมาและเห็นบอลลูนสวยที่สุดของเมืองนี้ แต่ที่จริงแถวนี้มีโรงแรมเยอะมากๆ วิวก็คล้ายๆ กัน ถ้ามีโอกาสลองมาดูด้วยตนเองกันนะ

มัสยิดสีน้ำเงิน (Blue Mosque, Istanbul)

มัสยิดสีน้ำเงิน
https://www.carwiz.rent/en/inspirations/blue-mosque/

    เป็นอีกสถานที่สำคัญและโด่งดังระดับโลกของตุรกี หรือที่หลายๆคนได้ยินชื่อว่าบลูมอสก์ ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1606 – 1615 แห่งยุคการปกครองของอาเหม็ดท่านหนึ่ง ภายในอาคารจะมีชั้นใต้ดินคือส่วนหลุมฝังศพของผู้ร่วมก่อตั้งมัสยิดแห่งนี้ ส่วนพื้นที่โถงด้านในจะเป็นพื้นที่ให้การศึกษา และบ้านพักสำหรับผู้ป่วยที่ยากไร้ ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายเป็นถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังมากๆในหมู่นักท่องเที่ยว ชื่อนี้ถูกเรียกตามลักษณะของสถานที่แห่งนี้ โดยมีการตกแต่งออกแบบภายในด้วยกระเบื้องอิซนิคบนกำแพงชั้นในสีฟ้าสดใส เป็นลายดอกไม้ ทั้งอาคาร มีหอมินาเร็ตหรือหอสวดมนต 7 หอ การจัดวางพื้นที่ของอาคารต่างๆ ถูกจัดวางเป็นรูปตัวยูได้อย่างสวยงาม โดยลักษณะภายนอกสามารถมองเห็นได้จากสุเหร่าโซเฟียเราจะเห็นมัสยิดสีขาวหินอ่อนที่ตั้งตระหง่าน ถูกยึดไว้ด้วยเสาคอลลัมม์ปลายยอดแหลมสูงเสียดฟ้านั้นดึงดูดสายตามากๆสถานที่แห่งนี้เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาศึกษาและมาเยี่ยมชมมากๆเป็นอีกสถานที่ที่ท่านไม่ควรพลาด

พระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace)

พระราชวังทอปกาปี
https://www.trip.com/travel-guide/istanbul/topkapi-palace-80380/

    หรือที่รู้จักกันในชื่อวังสุลต่าน เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองอิสตันบูล สร้างขึ้นโดยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (Mehmed the Conqueror) ใช้เป็นที่ประทับของสุลต่านหลายพระองค์ต่อกันมาหลายศตวรรษ โดยมีทั้งหมด 3 ส่วนคือ พระราชวังชั้นนอก เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ร่มรื่น น่าเดินเล่นมากๆ มีอาคารสไตล์ตุรกีดั้งเดิมที่ยังคงสภาพเดิมไว้อย่างดีสุดๆ ใช้เป็นสถานที่ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกคนสำคัญของเมือง ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปีกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสำหรับจัดแสดงสมบัติอันล้ำค่าของสุลต่านองค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโบราณวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์ อาวุธในสมัยออตโตมันน์ เช่น ดาบ ปืน ธนู กระบี่ ขวาน ชุดเกราะ และเครื่องราชบรรณาการจากทั่วโลก รวมถึงเครื่องกระเบื้องของจีนกับญี่ปุ่นกว่า 12,000 ชิ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบบรรยากาศเก่าๆแนะนำให้มาที่นี่เลยท่านจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut)

ภูเขาเนมรุต
https://www.planetware.com/adiyaman/nemrut-dagi-tr-ady-adynd.htm

    อยู่ใกล้กับเมืองอาดึยามัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกีค่ะ มีความสูง 2,134 เมตร เป็นที่ตั้งของสุสานกษัตริย์แห่งอาณาจักรโคมายานา และยังได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกอีกด้วย ที่นี่จะมีรูปปั้นศีรษะคน แทนบุคคลสำคัญต่างๆ รูปปั้นบูชาเทพเจ้ากรีก เช่น เทพเจ้าซุส เทพเฮอร์คิวลิส รวมถึงสิงโต และนกอินทรีย์ซึ่งถือเป็นองครักษ์ผู้คุ้มครองสุสานแห่งนี้ด้วย ขอบอกว่าขนาดของรูปปั้นนี่ใหญ่โตมาก ซึ่งมีความสูงถึง 10 เมตร แต่เวลาผ่านไปหัวของรูปปั้นก็ร่วงลงมา จึงจับมาวางเรียงกันเป็นแถว และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากๆพอพระอาทิตย์ขึ้นแสงแดดอ่อนๆจะส่องไปที่รูปปั้น เป็นภาพที่งดงามมากๆ ใครที่เดินทางมาตุรกี ที่นี่เป็นอีกสถานหนึ่งที่ควรค่าแก่การมาเยือนเลย

รู้ไว้สักนิดก่อนเดินทาง

        การเดินทางไปเที่ยวตุรกีเราสามารถนั่งเครื่องบินตรงไปลงที่อิสตันบูล ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการไปเที่ยวตุรกีนั้นจริงๆ แล้วตุรกีเป็นประเทศที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด คือ ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิและต้นฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน และช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงในช่วงเดือนตุลาคม เพราะสภาพอากาศในช่วงนั้นจะค่อนข้างเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ซึ่งเป็นสภาพอากาศที่คนไทยชื่นชอบ หรือถ้าท่านไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรแต่แค่เตรียมอุปกรณ์ในช่วงฤดูนั้นๆให้พร้อมก็พอ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่มีความคิดเห็น
^