เที่ยวย่างกุ้ง สักการะเทพทันใจ ชมความสว่างสไหวของเจดีย์สีทองโบดาทาวน์

เที่ยวย่างกุ้ง สักการะเทพทันใจ ชมความสว่างสไหวของเจดีย์สีทองโบดาทาวน์

        หากพูดถึงเมืองย่างกุ้ง เราคงนึกถึงการทัวร์วัด ทำบุญไหว้พระขอพรให้สมหวังดั่งใจ ซึ่งวัดชื่อดังที่เราเชื่อว่าหลายคนรู้จักแน่ๆ คงเป็นมหาเจดีย์ชเวดากอง ที่ทุกคนต้องพากันไปกราบไหว้ขอพร หรือเดินถ่ายรูปสวยๆ บางคนอาจยังคิดด้วยซ้ำว่าย่างกุ้งนั้นยังเป็นเมืองหลวงของพม่าอยู่ แต่จริงๆแล้วพม่าเขาได้มีการย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้งไปที่กรุงเนปิดอว์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 แล้ว ด้วยความที่ย่างกุ้งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของพม่า จึงยังครองตำแหน่งศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของประเทศ รวมถึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองกันอีกด้วย เราจะพาท่าน ไปทำความรู้จัก กับสถานที่เที่ยวของย่างกุ้งกันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง และแต่ละที่มีความเป็นมาอย่างไร

ไปเที่ยวย่างกุ้งและไปดูสถานที่ต่างๆของย่างกุ้งกัน

เจดีย์โบดาทาวน์

    วัดชื่อดังที่เรียกได้ว่าไปแล้วคงเจอแต่คนไทย แห่กันไปแน่น มากมาย นั่นคือเจดีย์โบตาทาวน์นั่นเอง และสถานที่แห่งนี้มีจุดเด่นที่ เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ซึ่งชาวเมืองเชื่อกันว่า ใครที่ได้มาขอพรที่นี่ก็จะสมปรารถนาอย่างรวดเร็วทันใจ สมกับคำว่าทันใจนั่นเอง ซึ่งเทพทันใจนั้นถูกประดิษฐานในศาลาริมน้ำ ข้างเจดีย์โบดาทาวน์ แนำให้ว่าควรซื้อของไหว้บูชาส่วนเคล็ดลับไหว้อย่างไรให้ได้ผล ก็เพียงแค่นำดอกไม้ ผลไม้ มะพร้าวอ่อน กล้วย พร้อมเงินสกุลไหนก็ได้ไปใส่มือองค์เทพทันใจ 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึงกลับ1 ใบ เอามาเก็บไว้ แล้วเอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ หลังอธิษฐานเสร็จแล้วจึงเดินวน จากนั้นก้มลงเอาหัวจรดไม้เท้าของเทพทันใจและอธิษฐานอีกรอบ ก็เป็นอันเสร็จพิธี

เจดีย์โบตาทาว
https://vilandtravel.com/the-botataung-pagoda

ประวัติของเจดีย์โบดาทาวน์

    ชื่อของเจดีย์ โบดาทาวน์ หมายถึง ทหาร 1,000 นาย ตามตำนานในการอัญเชิญพระเกศาธาตุจำนวน 8 เส้นจากประเทศอินเดียทางเรือ มาประดิษฐานไว้ชั่วคราว ณ เจดีย์แห่งนี้ ระหว่างที่เจดีย์ชเวดากองยังก่อสร้างไม่เสร็จ โดยในครั้งนั้น พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญ ได้ทรงมีบัญชาให้นำทหาร 1,000 นายไปตั้งแถวรับเสด็จพระบรมเกศาธาตุขณะนำขึ้นจากเรือมายังเจดีย์โบดาทาวน์แห่งนี้ ตัวเจดีย์ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนั้นมีความสูงเพียง 40 เมตร ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2496 หลังจากที่เจดีย์องค์เดิมถูกทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยในระหว่างการบูรณะองค์เจดีย์ ได้มีการค้นพบผอบทรงสถูปที่บรรจุพระเกศธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุอื่นๆ จึงได้นำพระเกศธาตุที่พบมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐานอยู่ในใจกลางของตัวเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิด ส่วนพระบรมสารีริกธาตุอีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นพระเขี้ยวแก้วได้นำไปเก็บรักษาไว้ในตู้กระจก ตั้งอยู่ใกล้กับวิหารพระพุทธรูปทองคำภายในวัด พอทราบกันแล้วใช่ไหม ตามเราไปดูสถานที่อื่นกันต่อดีกว่า

มหาวิชยเจดีย์
https://www.renown-travel.com/burma/yangon/mahawizayapagoda.html

มหาวิชยเจดีย์

    มหาวิชยเจดีย์ อาจเรียกได้ว่าเป็นความงามที่ถูกลืม ของพม่าก็เป็นได้ ด้วยเพราะอยู่ติดกับมหาเจดีย์ชเวดากองเลยทำให้ใครหลายคนอาจมองข้าม แต่เราจะพาท่านไปกัน จะได้ไม่เสียโอกาสชมสิ่งสวยงาม ที่เรามาแนำในวันนี้ เพราะเจดีย์องค์โตสีทองอร่าม แลดูแวววับเจิดจ้าท้าแสงอาทิตย์ ทำให้เราต้องแวะไปเยือนให้ได้จริงๆ แถมที่นี่ยังไม่พลุกพล่าน เงียบสงบ และไม่ต้องเสียเข้าชมอีกด้วย บริเวณรอบๆองค์เจดีย์ยังสวยตระการตา ยิ่งถ้าวันไหนท้องฟ้าใส ก็จะถ่ายรูปออกมาได้สวยมากๆ เดินชมบรรยากาศข้างนอกจนเพลินแล้ว เราจึงเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ข้างในกัน พอเข้ามาก็จะได้เจอกับห้องโถงใหญ่ ตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ พร้อมด้วยพระพุทธรูป 8 องค์ที่ประดิษฐานอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ชาวเมืองยังเชื่อกันว่าข้างในมีพระเกษาธาตุ 2 เส้น นั่นเอง เป็นอีกสถานที่ที่สวยงามและอยากให้ท่านลอง เปิดใจและแวะเข้ามาชมดูกัน

เจดีย์สุเล
https://www.shutterstock.com/video/clip-18294115-sule-pagoda-landmark-ancient-day-night-4k

เจดีย์สุเล

    เจดีย์สุเล หรือจะออกเสียงว่า สุเหร่ นั้นเป็นที่เที่ยวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง จนอาจเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์ชัยฯของบ้านเรานั่นเอง เพราะถนนสายหลักทุกสาย ต่างก็พุ่งเข้าหาเจดีย์แห่งนี้ เจดีย์สุเลนั้นเปรียบได้กับหัวใจของเมืองย่างกุ้ง เป็นศูนย์กลางศาสนสถานของชาวเมือง แถมยังสร้างขึ้นกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เก่าแก่กว่ามหาเจดีย์ชเวดากองอีกด้วยส่วนภายในองค์เจดีย์นั้น ได้ประดิษฐานเส้นพระเกษาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้ ในแง่ของความสวยงามก็ไม่น้อยไปกว่าที่ไหนเลย เพราะองค์เจดีย์ถูกออกแบบมาเป็นทรงแปดเหลี่ยม มีสีทองอร่ามที่สะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ แถมยังโอ่อ่าด้วยความสูง 46 เมตร เรียกได้ว่ามองเห็นแต่ไกลเลย บริเวณพื้นที่ข้างนอกก็ยังกว้างขวาง มีที่ให้ท่านถ่ายรูปได้มากมาย รับรองว่าการมาทริปย่างกุ้งครั้งนี้ จะได้ภาพสวยๆและบุญกลับไป มากมายแน่นอน

วัดชเวตอเมียต
http://ttnotes.com/shwe-baw-kyune.html

วัดชเวตอเมียต

    วัดชเวตอเมียต จะต้องถูกใจเหล่านักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพแน่ๆ เพราะสถาปัตยกรรมโบราณแบบพุกาม และสถาปัตยกรรมผสมผสาน ของพม่าในยุคต่างๆ ที่ได้เอามารวมไว้ในวัดแห่งนี้ ทำให้วัดชเวตอเมียต ขึ้นชื่อว่าเป็นที่เที่ยวของกรุงย่างกุ้งที่กำลังมาแรงมากๆ ในตอนนี้ โดยองค์เจดีย์ถูกออกแบบมาเป็นทรงปราสาทแปดเหลี่ยม ปลายยอดเจดีย์นั้นประดับด้วยทองคำแท้ แลดูสง่างามมากๆ ยิ่งถ้าวันไหนท้องฟ้าสดใสเป็นใจ วัดนี้ยิ่งดูสวยงามเหมือนอยู่บนสวรรค์ยังไงยังงั้นเดินทางก็ง่าย และสะดวกมากๆอีกด้วย อยู่ใกล้กับสนามบินย่างกุ้งเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ก็จะได้ตะลึงกับความสวยงามของเจดีย์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ภายนอกที่ท่านว่าสวยงดงามมากๆแล้วนั้น อีกหนึ่งไฮไลท์ของวัดชเวตอเมียตคือสิ่งที่อยู่ข้างในต่างหาก โดยบริเวณกลางโถงเจดีย์นั้น เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วศักดิ์สิทธิ์จากประเทศจีน เลยทำให้วัดแห่งนี้มีอีกหนึ่งชื่อเรียกที่คนไทยเรียกติดปากกันว่า วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี นั่นเอง เรียกว่าความสวยงามระยิบระยับของแก้วที่ประดิษฐ์สถานนั้น สวยงามอย่างบอกไม่ถูกเลยละ อยากให้ท่านได้มาเห็นด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต ว่าสวยงดงามมากเพียงใด อย่างไรก็อย่าลืมแวะมาชมกัน

พระนอนตาหวาน
https://www.asiatravelgate.com/chaukhtatgyi-buddha-temple-yangon-region-myanmar/

พระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี

    อีกหนึ่งวัดที่ใครมาไหว้พระที่ย่างกุ้งต้องมาแน่นอน พระนอนตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีความยาวกว่า 70 เมตร มีพระพักตร์และขนตาที่งดงาม บริเวณใจกลางพระบาทมีรูปมงคล 108 ประการ เดินไปบริเวณพระบาทจะมีนั่งร้านให้ขึ้นไปถ่ายรูปที่สามารถเก็บภาพพระนอนได้ทั้งองค์ ข้างหน้าวัดมีร้านขายของที่ระลึกหลายร้านโสร่งพม่า หรือที่เรียกว่าโลงจี ที่นี่แหละมีขายราคาแค่ 120 บาท และที่สำคัญของแถมของวัดนี้ คือ ใกล้วัดงาทัตจี Nga Htat Gyi แบบเดินไปได้เลย ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางมารวิชัย ใหญ่เท่าตึก5ชั้นที่สวยงามอยู่ มาที่นี่ที่เดียวได้ไหว้พระสองวัดเลย เป็นการแวะเที่ยวที่คุ้ม และประหยัดเวลามากๆ

รถรางย่างกุ้ง
https://coconuts.co/yangon/news/no-more-electric-tram-yangons-strand-road/

นั่งรถไฟเที่ยวชมบรรยากาศเมืองย่างกุ้ง

    ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเมืองย่างกุ้ง แบบไม่เหมือนใคร แนำให้ลอง นั่งรถไฟ เดินตลาดสด และหาคาเฟ่เก๋ๆ นั่งชิลล์ดู ฟังดูเหมือนมันจะไม่เข้ากันสักอย่าง แต่นี่คือความเป็นย่างกุ้ง ณ ปัจจุบัน บรรยากาศบ้านเมืองที่มีกลิ่นอายโคโลเนี่ยลสไตล์อังกฤษอยู่บางๆ วิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ย่างกุ้งเป็นเมืองที่มีสีสันน่าสนใจสุดๆ สถานีรถไฟย่างกุ้งอยู่ใจกลางเมืองก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1877 โดยชาวอังกฤษ แต่ถูกทำลายโดยกองทัพญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ. 1943 ต่อมา ได้มีการออกแบบใหม่โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบเมียนมาแท้ๆ และได้เปิดใช้งานอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1954 เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมามีระยะทางทั้งประเทศรวม 3,126 ไมล์ เชื่อมต่อกับเมืองทางตอนบน ต่างจังหวัดเทือกเขารัฐฉาน และเขตชายฝั่งตะนาวศรี สถานีรถไฟย่างกุ้ง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกปี พ.ศ. 2539 การนั่งรถไฟเที่ยวนั้น นำมาซึ่งประสบการณ์พิเศษ มันทำให้เราได้พบเจอผู้คน ได้เห็นตัวตนแท้ๆ วิถีชีวิตแท้ๆ ของชาวย่างกุ้ง คนเมืองนี้น่ารัก ยิ้มง่าย พร้อมต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เราว่าเป็นอีกกิจกรรมนึงที่ควรมาลองให้ได้

        ทั้งหมดที่เรากล่าวมานี้ เป็นสถานที่น่าสนใจ ของเมืองย่างกุ้งทั้งหมด สำหรับท่านนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหา ทัวร์ย่างกุ้ง ลองดูข้อมูลและสถานที่ ที่เราบรรยาย และเลือกแต่สถานที่สำคัญของย่างกุ้ง มาไว้ให้ท่านได้ดู ถือว่าสดวกและเป็นข้อมูลอย่างดีทีเดียวในการเลือกเที่ยว และจะไปที่ไหนดี แต่ละที่มีอะไรสำคัญอะไร เวลาไปย่างกุ้งจะได้เที่ยวอย่างรอบรู้และรวดเร็วใช้เวลากับการเที่ยว ที่คุ้มที่สุด แต่ละสถานที่ข้างต้นที่เราอธิบายมา เป็นเพียงบทความที่ย่อเอาแต่สิ่งสำคัญมา ถ้ามีโอกาสมาย่างกุ้ง อยากให้ท่านได้มาเห็นสิ่งสวยงาม ของที่นี่ด้วยตาตนเอง แล้วท่านจะประทับใจและไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ยังไม่มีความคิดเห็น
^