เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)

        เจดีย์ชเวดากอง สถานที่ที่ต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสริมสิริมงคลให้กับชีวิตที่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของ พม่า และยังเป็น 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพม่า เป็นเจดีย์สีทองขนาดใหญ่มีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ภายในที่บรรจุพระเกศาธาตุรวม 8 เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเครื่องอัฐบริขาร ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีตอีก 3 พระองค์ และยังมีความยิ่งใหญ่อลังการมาก ซึ่งที่นี่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของชาวพม่า ที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินเงินทอง เพื่อการก่อสร้างเจดีย์ ชเวดากอง ให้มีความใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ จากแรกเริ่มสร้างมีความสูง 18 เมตร ซึ่งในปัจจุบันมีความสูง 98 เมตร ทั้งนี้ตัวเจดีย์นั้นมีทองคำแท้ตีแผ่เป็นแผ่นเรียงต่อกันหุ้มเอาไว้ โดยมีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม ไม่เพียงมีแต่เจดีย์ชเวดากองเท่านั้น ยังมีเจดีย์ขนาดน้อยใหญ่เรียงรายสวยงามอย่างกับอยู่ในเมืองสวรรค์ เนื่องด้วยเเรงศรัทธาในองค์พระเจดีย์ของชาวพม่า สถานที่นี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของชาวพม่า มาถึงทั้งทีก็ต้องมาสักการะของพร

เจดีย์ชเวดากอง
https://theculturetrip.com/asia/myanmar/articles/a-guide-to-myanmars-shwedagon-pagoda/

การสักการะพระเจดีย์ ขอพร

    คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปนั่งสวดมนต์ตั้งจิตอธิษฐานและกราบขอพรต่อมหาเจดีย์ ณ ลานสัมฤทธิผล หรือลานอธิษฐาน แต่สำหรับชาวพม่า วิธีไหว้พระพม่า แบบฉบับของพวกเค้านั้น จะต้องไหว้และรดน้ำพระและเทวดาประจำวันเกิดของตัวเอง เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย

  1. ไหว้พระประธานที่วิหารโถงทิศใดทิศหนึ่ง โดยสวดมนต์ภาวนา หรือจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้
  2. ไหว้พระประจำวันเกิด จุดธูปเทียนถวายดอกไม้
  3. เดินประทักษิณ (วนขวา) ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ
  4. ร่วมบริจาคจตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงองค์พระเจดีย์ ค้ำจุนพระศาสนา
  5. ตีระฆังที่ตั้งไว้รอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่ง) ให้เทพยดาบนสรวงสวรรค์อนุโมทนารับส่วนบุญ (สาธุ)
  6. สรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ บวกเพิ่ม 1 ขัน จะมีก๊อกน้ำอยู่บริเวณนั้น ให้ใช้น้ำจากตรงนั้นได้ แต่ก่อนที่จะรดน้ำให้ไหว้ พระและอธิษฐานเสียก่อน จากนั้นจึงตักน้ำรดพระพุทธรูปหินอ่อน รวมถึงเทพเทวดาที่ยืนอยู่หลังพระหินอ่อน
  7. รดน้ำประจำวันเกิด ให้น้ำที่รดนั้นจะต้องเท่ากับอายุของเราและให้บวกเพิ่มอีก 1 ขัน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดย สัตว์ประจำวันเกิดจะมีภาษาพม่าเขียนกำกับไว้ด้วย แต่ถ้าอ่านไม่ออกให้สังเกตดังนี้
  • วันอาทิตย์ (ตะนิ้นกะหนู่เอเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นครุฑ
  • วันจันทร์ (ตะนิ้นลาเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นเสือ
  • วันอังคาร (เอ็งก่าเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นสิงห์
  • วันพุธกลางวัน (บูดาหู้) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นช้างมีงา
  • วันพุธกลางคืน (ราหูเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นช้างไม่มีงา
  • วันพฤหัสบดี (จ่าฏ่าบเดเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นหนูใหญ่หางสั้น (คล้ายอ้น)
  • วันศุกร์ (เฏ้าจ่าเนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นหนูหางยาว
  • วันเสาร์ (เสน่ห์เนะ) - มีสัญลักษณ์เป็นรูปปั้นพญานาค

รอบเจดีย์ชเวดากอง
https://www.airpano.com/360photo/Shwedagon-Pagoda-Myanmar/

        พระเจดีย์ชเวดากองมีทั้ง 4 ทิศ แต่ทางเข้าใหญ่คือทางทิศใต้ซึ่งมีสิงห์นั่งสองตัวสูง 30 เมตรเฝ้าทางเข้าอยู่ รอบลานจะมีวิหารใหญ่ 4 เจดีย์ ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้าที่มีมาแล้วทั้ง 4 พระองค์คือ พระกักกุสันโธ พระโกนาคม พระกัสสปะ และพระโคตมะองค์ปัจจุบัน ให้ประชาชนได้กราบไหว้ทำบุญด้วยรวมถึงการไปตีระฆัง ที่ลานอธิษฐานจะมีจุดหนึ่งบนลานซึ่งเขาทำจุดให้ยืนไว้ จะทำให้มองเห็นประกายเพชรบนยอดฉัตรได้ด้วยตาเปล่า แนะนำให้เริ่มไหว้พระพุทธรูปตรงวิหารก่อน จากนั้นก็ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดที่มีครบทั้ง 7 วัน เจดีย์ชเวดากอง เป็นถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าให้ความเลื่อมใสศรัทธาและชาวไทยก็เช่นกัน ในตลอดปีเจดีย์ชเวดากองจะมีคนไทยเป็นจำนวนมากมาสักการะบูชาขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคล 

สถานที่ท่องเที่ยวนี้มีอยู่ในโปรแกรมทัวร์

ขออภัย ไม่มีข้อมูลสำหรับรายการนี้
^