เมืองพนมเปญ

        พนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำทั้ง 4 สายมาบรรจบกัน และครั้งนึงยังเคยได้รับขนานนามจากชาวต่างชาติว่า ไข่มุกแห่งเอเชีย เนื่องด้วยในสมัยที่ยังเป็นเมืองอาณานิคมของฝรั่งเศส อาคารบ้านเรือนในเมืองพนมเปญนั้นก็ได้รับอิทธิพลไปด้วย ถูกตกแต่งอย่างโดดเด่นในสไตล์ฝรั่งเศส มีถนนกว้างขวาง ผู้คนแต่งตัวตามสมัยนิยม ว่ากันว่าพนมเปญในยุคนั้นมีผังเมืองที่สวยและทันสมัย หลังจากสงครามและการปฏิวัติจบลง พนมเปญเติบโตอย่างต่อเนื่องขึ้น ไม่เฉพาะในแง่ของเศรษฐกิจและการพัฒนาเมือง แต่ยังรวมถึงแง่มุมทางสังคมที่เปิดกว้างขึ้น เช่นเดียวกับร้านค้าและธุรกิจที่ขยับขยายเติบโตขึ้นอย่างหลากหลาย มาชมเมืองพนมเปญ อันมีเสน่ห์ว่านักท่องเที่ยวชอบไปที่ไหนกันบ้างกับสถานที่สุดฮิปในเมืองนี้กันเลย

พระราชวังหลวง
https://th.wikipedia.org/wiki/...a.jpg

พระราชวังหลวง

    อาคารของพระราชวังหลวงของ กัมพูชา อลังการด้วยหลังคาสีทองอร่าม โดดเด่นอยู่ท่ามกลางเส้นขอบฟ้าของกรุงพนมเปญ สมกับเป็นที่ประทับของราชวงศ์ หลังคาหุ้มทองคำและสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ตระการตาแบบเขมรทำให้ พระราชวังหลวง แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของกรุงพนมเปญไปโดยปริยาย พระราชวังหลวงเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์ของกัมพูชามาตั้งแต่ปี 1866 โดยตั้งอยู่ในเมืองเก่าของพนมเปญ บุคคลแรกที่ประทับในพระราชวังหลวงแห่งนี้คือพระบาทสมเด็จพระนโรดม ซึ่งเป็นสมเด็จทวดของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพนมเปญ
https://www.viator.com/en-ZA/Phnom-Penh-attractions/National-Museum-of-Cambodia/d5425-a12294

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพนมเปญ

    เป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีชั้นนำของประเทศ สร้างขึ้นในปี ค.ศ 1918 และได้เปิดให้เข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการโดยสมเด็จพระ ศรีสุวัตทิ์ในปี ค.ศ 1920 และเพิ่งได้รับการบูรณะหลังจากยุคสมัยเขมรแดง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติมีการรวบรวมประติมากรรมของศาสนาฮินดูและพุทธ ภายในมีการจัดแสดงงานศิลปะกว่า 14,000 ชิ้น ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคสมัยกลางของราชอาณาจักรกัมพูชา รวมถึงประติมากรรมชุดเต้นรำในศตวรรษที่ 19 และเรือพระราชพิธี โบราณวัตถุที่งดงามและน่าประทับใจอย่างยิ่งคือเทวรูปพระนารายณ์บรรทมสินธุ์สำริดซี่งขุดพบที่ปราสาทแม่บุญตะวันตกในเมืองพระนคร

อนุสาวรีย์เอกราชกัมพูชา
https://www.flickr.com/photos/154268410@N02/25687076998

อนุสาวรีย์เอกราชกัมพูชา

    อนุสาวรีย์แห่งนี้เปรียบเสมือนดอกบัวขนาดใหญ่ที่บานอยู่ใจกลางกรุงพนมเปญ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการได้รับเอกราชของประเทศกัมพูชาและเหล่าวีรบุรุษผู้กล้าที่สังเวยชีวิตเพื่อการนี้อนุสาวรีย์เอกราชกัมพูชาสร้างขึ้นเมื่อปี 1958 เพื่อรำลึกถึงการหลุดพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1863-1953 เส้นทางสู่อิสรภาพของกัมพูชานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะวีรบุรุษผู้กล้าหลายพันคนจำต้องสละชีวิตเพื่อแลกมา นอกจากนี้ อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังเป็นอนุสรณ์ถึงชาวกัมพูชาทั้งหญิงและชายที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติด้วยอนุสาวรีย์มีความสูง 20 เมตร หินสีน้ำตาลแดงและรูปทรงโค้ง เข้ากับสถาปัตยกรรมแบบกัมพูชาได้เป็นอย่างดี สังเกตุดี ๆ จะเห็นงูหลายหัวที่กำลังเลื้อยไต่ดอกบัวแต่ละชั้น

วัดพนม
https://www.indochina.tours/wat-phnom-sacred-temple-cambodia/

วัดพนม

    วัดพุทธแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาเพียงลูกเดียวในกรุงพนมเปญ โดดเด่นด้วยแท่นบูชาและสถูปจำนวนมาก รวมถึงอาคารที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม มีบันไดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ประตูทางเข้าประดับตกแต่งด้วยสิงโตและพญานาค ตามตำนานกล่าวว่า หญิงชาวบ้านคนหนึ่งชื่อนางเปญพบพระพุทธรูปสี่องค์ในแม่น้ำโขง เธอได้สร้างวิหารหรือวัดขึ้นที่นี่ในปี 1373 เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา วัดแห่งนี้ก็ได้รับการบูรณะหลายครั้ง ครั้งล่าสุดคือในปี 1926 ถึงแม้ว่าวิหารจะมีขนาดเล็ก แต่ก็สวยงามมาก อย่าลืมชมลวดลายปิดทองอันวิจิตรประณีตและยังมีสัดส่วนที่สมมาตรกันอย่างสมบูรณ์แบบ

พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
https://www.flickr.com/photos/onemoreshotrog/45465168854

พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    คุกเก่าแห่งนี้พาเราย้อนกลับไปในอดีต เพื่อให้เรามองเห็นความโหดร้ายของกองทัพเขมรแดงภายใต้การนำของพลพต และระลึกถึงเหยื่อ 17,000 คนที่เสียชีวิตที่นี่ พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เตือนใจถึงความน่าสะพรึงกลัวกับสิ่งที่มนุษย์กระทำต่อกัน ถึงแม้ว่าการมาที่นี่จะทำให้กลับออกไปพร้อมกับอารมณ์หดหู่ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้คืออนุสรณ์สถานของผู้ที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือของกองทัพเขมรแดงอันโหดร้ายป่าเถื่อน ในปี 1975 กองกำลังของพลพต ซึ่งเป็นผู้นำเผด็จการสังคมนิยมในสมัยนั้นได้เข้ามายึดโรงเรียนมัธยม พวกเขาเปลี่ยนโรงเรียนแห่งนี้ให้กลายเป็น Security Prison 21 นั่นคือคุกความมั่นคงหมายเลข 21 หรือที่เรียกกันว่า S-21 ปัจจุบัน S-21 กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวความโหดเหี้ยมและเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงเหยื่อผู้เสียชีวิต

สถานที่ท่องเที่ยวนี้มีอยู่ในโปรแกรมทัวร์

ขออภัย ไม่มีข้อมูลสำหรับรายการนี้
^